วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

[Special Thanks(2)][1886 The Last Wish II]





เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้

เป็นเรื่องราวความรักระหว่างมนุษย์กับผีดูดเลือด


               
               
                เสียงเข็มนาฬิกาเรือนโบราณดังอย่างเป็นจังหวะ ยามเมื่อเข็มนาฬิกาบ่งบอกเวลานอนของเด็กสาวก็ทำเอาเจ้าตัวพองลมอย่างไม่พอใจ เพราะมันแปลว่าเธอจะต้องเข้านอนทั้งๆที่เธอยังอยากจะฟังนิทานเรื่องอื่นต่อแท้ๆ ผู้เป็นแม่ปิดหนังสือนิทานลงอย่างแผ่วเบา เธออมยิ้มหวานเมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอทำแก้มป่องด้วยความไม่พอใจ แต่คนตัวเล็กก็ยอมล้มตัวลงนอนแต่โดยดี

                ผ้านวมผืนสีขาวสะอาดถูกคลี่ห่มให้คนตัวเล็ก มือเรียวสวยที่ประดับไปด้วยแหวนเพชรค่อยๆลูบเส้นผมสีน้ำตาลนิ่มของลูกน้อยอย่างเบามือ"ไว้พรุ่งนี้แม่จะเล่าเรื่องต่อไปให้ฟังนะ"

                ฮารุยิ้มกว้าง เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ภายในใจดวงน้อยพองโตด้วยความตื่นเต้นจนอดใจรอให้ถึงค่ำคืนวันพรุ่งนี้แทบไม่ไหว นิทานก่อนนอนทุกเรื่องนั้นเธอช่างชอบเหลือเกิน แต่มันก็คงไม่สนุกหากไม่ได้ยินเสียงผู้เป็นแม่คอยเล่าแต่ละบทให้ฟัง

                ฮารุเพิ่งจะอายุเพียงห้าปีสามเดือนเท่านั้น แต่ความเข้มแข็งที่เธอมีช่างมากมายเหลือเกิน ชีวิตของเธอในตอนนี้มีแค่เธอกับแม่แค่สองคนในคฤหาสน์หลังใหญ่ของผู้เป็นพ่อที่ทิ้งไว้ให้ก่อนจะจากไปด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษา....ถึงแม้บิดานั้นจะมียศฐาบรรดาศักดิ์เป็นถึงขุนนาง มีที่ดินสวนไร่มากมาย ทำให้ชีวิตแม่ลูกไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามหญิงผู้เป็นแม่ก็รู้ดีว่าลูกสาวตัวน้อยของเธอยังขาดความอบอุ่นจากพ่อ...

                ความอบอุ่นที่เธอไม่สามารถทดแทนให้ได้

                "ฮารุ ลูกจงจำไว้นะ อย่าได้เข้าใกล้บุรุษผู้มีผิวขาวซีดและนัยน์ตาแสนเย็นชาเป็นอันขาด"หญิงสาววัยกลางคนเอ่ยเสียงเบาแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น เด็กตัวน้อยที่นอนอยู่ใต้ผ้านวมผืนอุ่นกระพริบตาปริบๆตามประสาเด็กเล็กด้วยความสงสัย

                "ทำไมเหรอคะคุณแม่?"

                ริมฝีปากสีกุหลาบจูบที่เปลือกตาเล็กของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาด้วยความหวงแหน

                "...เพราะคนพวกนั้น...ไร้หัวใจยังไงล่ะ"

                คำพูดในครั้งนั้นสำหรับเด็กที่ไร้เดียงสาราวกับผีเสื้อน้อยอย่างฮารุก็ยังไม่ค่อยใจอะไรมาก แต่ทำไมใบหน้าของมารดาตรงหน้าเธอถึงได้ดูเจ็บปวดเหลือเกิน

                ทำไมกันล่ะ....

               
ผืนนภานอกหน้าต่างบานใหญ่ในตอนนี้บ่งบอกได้ถึงการมาเยือนของราตรีวันถัดมา เธอเอาแต่เฝ้ารอคอยหญิงผู้เป็นแม่มาเคาะประตูห้องเพื่อมาเล่านิทานให้ฟังเช่นเคย แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับมีอะไรดูต่างไปจากทุกที ฮารุรอแล้วรออีก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่ถอดแบบจากมารดายังคงจับจ้องไปที่ประตูบานใหญ่ตรงหน้า ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงหัวใจเต้นตึกตักของเธอ ทั้งตื่นเต้นจนอดใจรอไม่ไหว ทั้งรู้สึกใจไม่ดีในเวลาเดียวกัน....

เด็กสาววัยห้าขวบเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วเดินออกมาตามทางเดินภายในคฤหาสน์ ทางเดินพรมสีแดงปูยาวไปจนถึงบานประตูไม้ของห้องคุณหญิงของคฤหาสน์แห่งนี้ เมื่อเท้าเล็กเดินมาถึงก็เขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเปิดประตูเข้าไป เธอยิ้มกว้างเอ่ยเรียก แต่ทันใดนั้นดวงตากลมหวานก็เบิกกว้าง ใบหน้าเด็กสาวถอดสีพร้อมกับเนื้อตัวที่สั่นเทา

                "คะ..คุณแม่....?"

                ใบหน้าสวยของหญิงสาวตอนนี้มีบางอย่างแปลกไป ริมฝีปากสีกุหลาบบัดนี้กลับซีดเซียว หยดเลือดค่อยๆไหลจากคอยาวระหงส์ลงสู่พื้นพรมสีขาว คนในเงามืดที่ประคองร่างนั้นไว้ปล่อยร่างหญิงสาวลงสู่พื้นอย่างไร้ความเมตตา คนผมสีน้ำตาลน้ำตาไหลพราก เด็กน้อยรีบวิ่งเข้ามาเขย่ามารดาพร้อมทั้งเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างทรมาน

                "คุณแม่!! คุณแม่ลืมตาสิคะ ลืมตาขึ้นสิคะ!!!"

                ภายในห้องกว้างเงียบสนิท มีเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กสาว ไม่มีเสียงผู้เป็นแม่ตอบกลับเธอมาแม้แต่น้อย...แม้แต่เสียงหัวใจ...ฮารุก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว

                ....ไม่ได้ยินอีกแล้ว....

เด็กสาวค่อยๆเงยหน้ามองบุรุษแปลกหน้าในเงามืด นัยน์ตาสีแดงฉานราวกับเลือดของแม่เธอนั้นทำให้ฮารุสะอื้นจนหมดสติไป แต่ภาพของบุรุษนิรนามยังคงตราตรึงอยู่ภายในใจฮารุ

                ผิวที่ซีดเซียวราวกับไร้จิตวิญญาณ....นัยน์ตาแสนเย็นชานั่น

                ....ผีดูดเลือด....


                วันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปอย่างทรมาน ชีวิตฮารุเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เธอสูญเสียคนสำคัญที่เธอเหลืออยู่เพียงคนเดียวไป ชีวิตเพียงคนเดียวในคฤหาสน์หลังกว้างช่างเงียบเหงา เด็กสาวช่างจ้อค่อยๆกลายเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ดวงตากลมโตแสนสดใสบัดนี้กลับดูว่างเปล่าไม่ต่างกับจิตใจของเธอแม้แต่น้อย

                ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนอีกครั้ง ค่ำคืนนี้คือคืนพิเศษ เป็นค่ำคืนเฉลิมฉลองให้กับฤดูการเก็บเกี่ยว เป็นการรวมตัวของบุคคลชั้นสูงมากมายทั้งพวกเชื้อพระวงศ์ ดยุก ไวส์เคาท์ หรือแม้แต่กระทั่งลูกขุนนางวัยสิบแปดอย่างเธอ ดวงตาสีโกเมนคู่สวยที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากขนนกสีขาวเหม่อมองไปรอบๆบรรยากาศงานเลี้ยงรื่นเริง เหล่าชายหญิงกำลังเต้นรำไปตามบทเพลงอย่างสง่างามตามแบบผู้ดี ช่างแตกต่างกับหญิงสาวแสนโดดเดี่ยวอย่างเธอเหลือเกิน....

                ถึงแม้จะมีผู้ชายมาขอคบหาดูใจเธอมากมาย แต่ฮารุก็ไม่คิดสนใจ บางคนเธอก็ลืมหน้าไปแล้วบ้างก็มี ที่หญิงสาวทำเป็นคนใจแข็งแบบนี้ใช่ว่าไม่ต้องการความรักจากใครสักคน เธอต้องการ...ต้องการมากกว่าใคร

                แต่เพราะเธอไม่อยากรักใครอีกแล้ว หากยิ่งรักมาก พอถึงเวลาต้องจากก็จะเสียใจมากเท่านั้น

                ร่างบางลอบถอนหายใจอีกครั้ง ถึงจะเคยเข้างานสังคมแบบนี้มาหลายครา แต่เธอก็ไม่ชินสักที การที่เธอต้องมาฟังเหล่าผู้ดีคนอื่นนินทาลับหลังว่าเป็นเด็กไร้พ่อแม่นั้นมันช่างทรมานจริงๆ แต่เธอก็ต้องฝืนปั้นหน้ายิ้มออกมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตนเอง ฮารุเป็นเหมือนคนที่เข้มแข็งแต่ภายในนั้นช่างเปราะบางยิ่งกว่าแก้วใสเสียอีก...

                ยามเมื่อได้ยินคำพูดคำจาแสนเสียดแทงนั้นมันทำให้ฮารุนึกถึงภาพในวัยเยาว์ ภาพของมารดาที่นอนนิ่งไร้ลมหายใจ แต่เธอทำได้เพียงร้องไห้...ร้องไห้อย่างน่าสมเพช ตั้งแต่วันนั้นจวบจนทุกวันนี้ชีวิตของเธอก็อยู่ภายใต้ของความรู้สึกที่เรียกว่าโทษตัวเองมาโดยตลอด โทษตัวเองที่วันนั้นเธอทำอะไรไม่ได้เลย อย่างน้อยหากเธอทำอะไรได้มากกว่าการร้องไห้ อาจจะยื้อชีวิตของผู้เป็นแม่ได้นานกว่านั้นก็ได้...

                ผู้ชายคนนั้น....?

                ดวงตาหวานเบิกกว้างเมื่อเห็นคนตัวสูงโปร่งภายในมุมมืดของงาน ถึงแม้เขาจะอยู่ในเงามืดสักแค่ไหนแต่เพราะความมืดนี่แหละทำให้เธอจำเขาได้แม่น บุรุษในเงามืดครั้งนั้น....ชายผู้ที่สังหารแม่ของเธอเมื่อเธออายุเพียงห้าปีเท่านั้น

                ดวงตาสีหวานดูเปลี่ยนไป เธอกุมมือเรียวแน่นก่อนจะค่อยๆคลายออก รองเท้าสีขาวสะอาดพาร่างหญิงสาวไปหาคนชุดดำ ฮารุยิ้มหวานแล้วถอนสายบัวให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท เพราะเท่าที่ดูคนตรงหน้าเธอคงเป็นคนที่มีอายุมากกว่าเธอเป็นแน่ ตั้งแต่วันแรกที่ได้สบตาแสนเย็นชาในครั้งนั้น วันนี้เขาก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งใบหน้าที่ดูหนุ่มนี่และผิวที่ขาวซีด

                ทำให้เธอมั่นใจเป็นอย่างดี ว่านี่คือผีดูดเลือดในครั้งนั้นแน่นอน

                "ถ้าไม่รังเกียจเต้นรำกันไหมคะ?"

                เจ้าของเสียงหวานเอ่ยถามทั้งรอยยิ้ม อีกฝ่ายเปรยตามองเล็กน้อยก่อนยิ้มตอบ

                "แน่นอนคุณผู้หญิง"

                การเต้นรำของพวกชายหญิงคู่นี้หากมองเผินๆก็คงเป็นเพียงการเต้นรำแสนสง่างามของคู่หนึ่งก็เท่านั้น แต่ภายใต้หน้ากากที่ซ่อนความจริงอยู่นั้นมันไม่ใช่การเต้นรำธรรมดาๆ

                ต่างฝ่ายต่างมีจุดประสงค์เดียวกัน

                คือสังหารฝ่ายตรงข้ามก็เท่านั้น

                "เป็นอะไรไปคะ? คุณจ้องหน้าฮารุตลอดเลย....หรือว่าหน้าฮารุมีอะไรแปลกไปงั้นเหรอคะ?"ฮารุเอ่ยถามเสียงเบาทั้งรอยยิ้มหลังจากที่เห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเธออยู่นาน ภายในใจรู้ดีคงเป็นเพราะเธอคือเด็กในตอนนั้นไงล่ะ เด็กที่เป็นลูกของคนที่คุณดูดเลือดอย่างไร้หัวใจ แต่แน่นอนว่าฮารุไม่พูดออกมา เธอเลือกที่จะยิ้มหวานให้เขาเพื่อได้ใกล้ชิดอีกฝ่ายมากขึ้น

                "ไม่หรอก...ผมแค่คิดว่าคุณเป็นผู้หญิง...ที่ช่างงดงามราวกับภาพวาดก็เท่านั้นแหละ"

                ฮารุยิ้มอย่างเขินอายพร้อมทั้งใบหน้าที่ขึ้นสีจางๆ เธอหลุบตาต่ำลงนิดหน่อยไม่กล้ามองอีกฝ่าย ถึงแม้คำพูดนั่นจะชวนให้เคลิบเคลิ้มมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่สำหรับฮารุ เธอก็แค่แสร้งทำเป็นใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวไปก็เท่านั้น

                ฮารุเป็นคนคิดก่อนจะลงมือทำอะไร เธอไม่ใช่พวกประเภทแว้ดเสียงแหลมแล้วเดินเข้าไปป่าวประกาศว่าเธอจะแก้แค้นให้โง่หรอก

                อีกอย่างการจะจัดการกับผีดูดเลือดที่ไร้หัวใจอย่างเขา มันไม่ง่ายสำหรับมนุษย์อย่างเธอเลย

                แต่ก็ใช่ว่าจะไร้หนทาง



                "มางานเลี้ยงเต้นรำทั้งทีแต่คุณกลับยืนเฉยๆ มันทำให้ฮารุอดเข้าไปชวนเต้นรำไม่ได้น่ะค่ะ"ฮารุพูดขึ้นทั้งรอยยิ้ม แต่เพราะสายลมยามราตรีที่พัดผ่านทำให้ผมเผ้าเธอบังหน้าบังตาจนมองอะไรไม่เห็น ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมือมาจับปลายเส้นผมเธออย่างถือวิสาสะก่อนจะทัดกับใบหูเล็กอย่างแผ่วเบา พอหญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นมองทุกอย่างกลับดูเปลี่ยนไป ใบหน้าที่เรียบเฉยนั่น...กำลังยิ้มให้เธออยู่

                รอยยิ้ม...ที่ทำให้หัวใจเธอเต้นระรัว...

                ฮารุเอ่ยขอบคุณตามมารยาทของคนอายุน้อยกว่า เธอก้มหน้านิ่งไปพักใหญ่เพื่อให้เสียงหัวใจตอนนี้ได้สงบลงบ้าง ถึงแม้ใบหน้าตอนนี้จะรู้สึกร้อนผ่าวสักแค่ไหน แต่เธอเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจมัน ดวงตาสีโกเมนเงยหน้าขึ้นมองม่านฟ้ายามราตรีแล้วพึมพำขึ้นเสียงเบา

                "มีตำนานของชาวกรีกเคยเล่าไว้ว่า ถ้าขอพรจากดวงดาวดวงใดดวงหนึ่งบนท้องฟ้า คำขอนั้นจะถูกส่งไปให้พระเจ้าให้ได้ยินคำขอที่เราขอไป คุณเชื่อไหมคะ?"

"...ผมไม่คิดว่าพระเจ้าจะมีอยู่จริง"บุรุษเจ้าแห่งรัตติกาลเอ่ยเสียงเรียบ ฮารุเอียงคอสงสัยกับคำพูดของคนข้างกาย

"ทำไมล่ะคะ?"

"แล้วพระเจ้าเคยตอบคุณบ้างหรือเปล่าล่ะ?"

หญิงสาวไม่ตอบ เธอเพียงแต่ยิ้มกว้างออกมาแล้วเงยหน้ามองดวงดาราอีกครั้ง

"งั้นเหรอคะ...แต่ฮารุก็ยังเชื่อนะคะ เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง แล้วสักวันท่านจะฟังคำขอของฮารุ"

"คำขอของคุณคืออะ...."เสียงทุ้มหายไปเมื่อนิ้วเรียวของหญิงสาวจรดริมฝีปากบางของเขา หญิงสาวรู้ดีว่าเขาจะถามอะไรจึงรีบห้ามไว้ก่อน ฮารุยิ้มหวานให้คนตัวสูงอีกครั้ง

"อ้ะๆ ไม่บอกหรอกค่ะ เพราะถ้าบอกแล้วคำขอของฮารุจะไม่เป็นจริงนะคะ"

ใช่...ฮารุเชื่อในพระเจ้า เพราะตอนนี้ท่านทำให้คำอธิษฐานของฮารุเป็นจริงแล้ว

คำอธิษฐานที่เฝ้ารอคอยให้มันเป็นจริง

คำอธิษฐานที่จะได้แก้แค้นให้คุณแม่ยังไงล่ะ



                ชายหญิงคู่นี้ได้เรียนรู้กันมากขึ้นพบเจอครั้งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงล่วงเลยมาจนถึงปลายฤดูหนาว จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูแห่งการเกิดใหม่ที่ชาวเมืองเฝ้าคอยหลังจากการอุดอู้อยู่ในบ้านกันมานาน แต่ก็ไม่ใช่สำหรับฮิบาริ เขาไม่สนใจเรื่องไร้สาระที่มนุษย์ทำกันหรอก....นัยน์ตาคมเหลือบมองหญิงสาวที่นอนอยู่ภายในอ้อมแขนเขา ริมฝีปากสีหวานกำลังเล่านิทานปรัมปราให้เขาฟังเหมือนทุกคืนก่อนนอน ดวงตาคู่สวยไล่สายตาตั้งใจอ่านหนังสือปกสีแดงกำมะหยี่ในมือด้วยท่าทางที่ตั้งอกตั้งใจ ท่าทีของเธอทำให้เขาไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดเดียว ว่าทำไมเขาถึงรักเธอกัน...

เขาไม่สนใจมนุษย์คนไหน....เพราะตอนนี้เขามีเธออยู่เคียงข้างกายแล้ว....เขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...

"แล้วหลังจากนั้นเจ้าหญิงก็อยู่กับเจ้าชายอย่างมีความสุข จบแล้วค่า นอนได้แล้วนะคะคุณฮิบาริ"เสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับปิดหนังสือในมือลง เธอยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายเพราะตอนจบแสนสุขในตอนท้ายของนิทานทำให้เธอมีความสุขตาม แต่กับฮิบารินี่ช่างแตกต่าง ริมฝีปากนั่นยังคงเป็นเส้นตรงเฉกเช่นทุกครายามเธอเล่านิทานให้เขาฟังเช่นนี้

"ผมไม่เข้าใจนิทานพวกนี้เลยจริงๆ ในชีวิตจริงจะสวยหรูขนาดนั้นเลยหรือไงกัน"ฮารุนิ่งไปกับคำถามนั่น เธอหลับตาลงก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา"...ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็หวังจะเป็นเจ้าหญิงในนิทานกันทั้งนั้นแหละค่ะ"

"รอวันที่จะได้พบเจ้าชายของตัวเอง แม้ต้องลำบากแค่ไหนก็ตาม รวมถึงตัวฮารุเองก็ด้วย"

"คุณก็มีผมแล้ว"มือใหญ่ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนอย่างแผ่วเบา

"คุณต้องการอะไร......ผมยินดียอมทุกอย่าง"ฮิบาริเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "ราตรีสวัสดิ์ฮารุ"

                ร่างบางในชุดกระโปรงเพียงแต่ยิ้มรับเบาๆก่อนจะคลี่ผ้าห่มให้อีกฝ่าย ริมฝีปากสีหวานเป่าเทียนไขในตะเกียงให้ดับลงก่อนจะหันมามองชายผู้เป็นที่รักอีกครั้ง

มือเรียวค่อยๆเอื้อมไปข้างหลังเอวบาง เธอหยิบมีดสั้นออกมาจากชายริบบิ้นที่ซ่อนไว้แล้วยกขึ้นจ่อคอแกร่งของอีกฝ่าย เสียงลมหายใจเป็นจังหวะของเขานั้นทำให้เธอมั่นใจว่าเขาหลับสนิทแล้ว หากคิดจะลงมือก็ทำได้เพียงราตรีนี้เท่านั้น

ราตรีที่เป็นคืนดับ มองไม่เห็นดวงจันทรา...ราตรีนั้นเหล่าผีดูดเลือดจะหลับลึกไม่ต่างราวกับคนตายเพราะร่างกายที่อ่อนแอ และมีร่างกายที่ไม่ต่างจากมนุษย์ ดังนั้นมีดสั้นเล่มนี้ก็ฆ่าเขาได้ไม่ยาก

เร็วสิฮารุ เธอรอเวลานี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง

รอวันที่เขาจะไว้ใจเธอ รอวันที่เขารักเธอ...เพื่อที่จะได้ฆ่าเขาง่ายขึ้น.....

แหมะ แหมะ

เสียงหยดน้ำตาดังขึ้นยามสัมผัสใบหน้าคมคายของอีกฝ่าย มือเรียวที่กำมีดแน่นสั่นจนเธอลดมือลง ฮารุมองใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายเธอก็หลับตาลงอย่างเจ็บปวด

ฮารุ...ทำไม่ได้....

ฮารุทำร้ายคุณไม่ได้.....

หลายคนมักกล่าวไว้ว่าความรักทำให้คนเราเปลี่ยนไป ซึ่งฮารุคือหนึ่งในนั้น เพราะความรักที่เขามอบให้นั้นช่างแสนอ่อนโยนเหลือเกิน หญิงสาวที่ใช้ชีวิตเพียงตัวคนเดียวมาตลอดอย่างเธอจะหวั่นไหวกับความอบอุ่นนั่นก็คงไม่แปลก แต่ถึงอย่างไรความสับสนก็ยังทำให้สาวเจ้าลังเล

วันต่อมา ฮารุตัดสินใจเล่าเรื่องสมัยเด็กแสนทรมานให้ฮิบาริฟังด้วยความเจ็บปวด วัยเด็กที่ต้องสูญเสียบิดาตอนที่เธอยังอ่อนต่อโลกเหลือเกิน ความเจ็บปวดนั่นมันมากเกินกว่าที่เด็กตัวเล็กๆอย่างเธอจะรับไหว สำหรับเธอในตอนนั้นก็เหลือแต่เพียงผู้เป็นแม่ที่จะอยู่ข้างกาย......คุณแม่คือแสงสว่างสุดท้ายในชีวิตของฮารุ

แต่คุณก็กลับ....ทำให้แสงนั้นดับลงเพียงเพราะความกระหายของคุณ

"ฮารุเกลียดพวกผีดูดเลือด..ทำไม...ทำไมคุณแม่ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมันด้วย?"

ทำไมล่ะ ตอบสิ....ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น ทำไมต้องเป็นคุณ

ตอบทีเถอะ...ได้โปรด ตอบฮารุที....ฮารุไม่ต้องการรักคุณไปมากกว่านี้อีกแล้ว.......

พูดสิ พูดสิ่งที่ทำให้ฮารุเกลียดคุณ ทำให้ฮารุแค้นคุณมากกว่านี้

ขอร้อง...พูดออกมาทีเถอะ

"ฮารุ....."เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยค่อยๆเอ่ยชื่อหญิงสาวขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แตกต่างไปจากทุกครา เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายเธอก็ได้คำตอบ...นัยน์ตาสีนิลตรงหน้ากำลังหวั่นไหวอย่างหวาดกลัว

"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น....อย่าทิ้งผมให้อยู่คนเดียว....ผมขอร้อง"

คำพูดที่แสนเอาแต่ใจเอ่ยขึ้นเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ ฮารุได้แต่นิ่งเธอไม่เคยเห็นชายคนนี้ทำสีหน้าเจ็บปวดแบบนี้มาก่อนเลย ทำไมล่ะ...ทั้งๆที่เธอตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ฟัง เพื่อให้คุณพูดสิ่งที่ทำให้ฮารุเกลียดคุณมากขึ้น

แต่ทำไม...ถึงทำหน้าแบบนั้นกันล่ะ.....?

"ฮารุไม่จากคุณฮิบาริไปไหนหรอกค่ะ ฮารุสัญญา"

ตัดสินใจแล้ว....

ตัดสินใจจะรักแค่คุณเพียงผู้เดียว

ตัดสินใจจะยอมละทิ้งความแค้นบ้าๆนั่น แล้วจะอยู่เคียงข้างกายคุณตลอดไป

ถึงแม้คุณจะเป็นเงามืดสำหรับใครต่อใคร แต่สำหรับฮารุคุณคือแสงสว่างอันริบหรี่แต่ฮารุจะขอศรัทธาอย่างมั่นคง

ดังนั้น....โปรดอย่าดับแสงสุดท้ายของฮารุด้วยน้ำมือคุณอีกครั้งเลยนะคะ.....

                คำว่ารักมักทำให้คนเราทำเรื่องบ้าๆเสมอ ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่เธอก็ยังจะขอมั่นคงกับความรักครั้งนี้ ความรักระหว่างมนุษย์กับผีดูดเลือด....ถึงแม้มันฟังดูเหมือนเรื่องราวที่เป็นไปไม่ได้ราวกับความรักของโฉมงามกับอสูรในนิทานปรัมปราที่เธอโปรดปราน ซึ่งเธอเลือกที่จะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเจ้าหญิงกับเจ้าชายจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ถึงจะรู้ว่าหนทางกว่าจะถึงตอนจบนั้นจะลำบากมากมายสักแค่ไหน....แต่เธอก็ยังประคองแสงสว่างสุดท้ายไว้อย่างเชื่อมั่น

                เธอจะขอเชื่อมั่น...ในตัวของชายผู้ไร้หัวใจคนนี้....



"..คุณ..ฮิบาริ..."ร่างบางเบิกตากว้าง เนื้อตัวสั่นเทา ภาพตรงหน้าเธอคือคนที่เธอรักกำลังดูดเลือดสาวผมบลอนด์คนหนึ่งที่ตอนนี้ร่างกายซีดเซียวไร้ลมหายใจ ดวงตาสีรัตติกาลตอนนี้กลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดหันมามองที่เธอ แววตาสีแดงนั่นมันไม่ต่างอะไรกับแววตาที่เธอเห็นตอนเธอเป็นเด็กตัวน้อย

ความกลัวถาโถมเข้าใส่หญิงสาวจนเธอทำหนังสือนิทานเล่มโปรดร่วงลงสู่พื้นแล้วรีบวิ่งหนีไป เธอไม่พร้อมที่จะมองหน้าเขาตอนนี้ ถึงแม้ในใจจะรู้ดีมาตลอดว่าเขาต้องดื่มเลือดใครสักคนเพื่อประทังชีวิต แต่ยามเมื่อได้สบตานัยน์ตาสีแดงฉานนั่นมันทำให้ความทรงจำในวัยเด็กนั้นกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวจึงเลือกที่จะหนีออกมาหวังจะได้สงบสติบ้าง หวังที่จะได้สติเพื่อไม่ให้นึกเกลียดเขา แต่ทันใดนั้นขาเรียวก็ชะงักไปเมื่อเห็นเงาสูงที่มาอยู่ตรงหน้า ถึงแม้เธอจะกลัวจนตัวสั่นมากแค่ไหนแต่เธอไม่ต้องการแสดงท่าทีรังเกียจของเธอออกมาให้เขาเห็น ฮารุจึงเลือกที่จะหยุดนิ่งแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย แต่ทันใดนั้นคอระหงส์กลับถูกคว้าไปโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนเธอจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดยามเมื่อเขี้ยวแหลมฝังลงมา

ฮารุไม่รู้เหมือนกันว่าเวลาตอนนี้มันผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่สำหรับเธอตอนนี้แต่ละวินาทีมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน ร่างกายตอนนี้ชาไปหมดพร้อมกับภาพตรงหน้าที่พร่ามัวจนเริ่มมองไม่เห็น แต่หญิงสาวกลับยืนนิ่ง

"ทั้งๆที่...ฮารุรักคุณฮิบาริอย่างหมดหัวใจแท้ๆ...."เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาไม่ต่างกับเสียงหัวใจ หัวใจดวงน้อยในตอนนี้ค่อยๆเต้นช้าลงเรื่อยๆราวกับตอนนี้มันเป็นเพียงเสียงเบาๆเสียงสุดท้ายในร่างกายของเธอ

ทั้งๆที่ฮารุรักคุณ...แต่ทำไมคุณถึงทำแบบนี้....ทั้งๆที่ฮารุเคยคิดจะฆ่าคุณ

แต่คุณก็ไม่เคยคิดจะดื่มเลือดฮารุเลยแม้แต่ครั้งเดียว....ทั้งๆที่ความกระหายของคุณมันช่างมากมายเหลือเกิน...แต่คุณกลับฝืนตัวเองเพื่อฮารุ....

"แต่...คุณฮิบาริรู้ไหม...ว่าต่อให้คุณฮิบาริเป็นอะไรก็ตาม ฮารุก็ไม่คิดเกลียดคุณหรอกค่ะ เพราะฮารุ...รักคุณอย่างหมดหัวใจ...แต่คุณฮิบาริกลับปิดบังไม่บอกความจริงกับฮารุ...."ปากเล็กอ้าปากพูดอย่างยากลำบากเพราะความอ่อนล้าจากการโดนดูดเลือด

เสียงหัวใจเตือนถึงช่วงเวลาสั้นๆที่เหลืออยู่ ฮารุพยายามพูดออกมาถึงแม้ในตอนนี้แค่หายใจเธอก็ยังไม่ไหว แต่เธอก็ยังพยายามที่จะพูด เพราะนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้พูดกับชายผู้เป็นที่รัก

                ฮารุต้องพูด...เพื่อไม่ให้คุณคิดโทษตัวคุณเองในช่วงชีวิตของคุณที่เหลืออยู่โดยปราศจากฮารุ

                เพราะฮารุรู้ว่าการใช้ชีวิตโดยคิดโทษตัวเองมาตลอดนั้น...มันไม่มีความสุขเลยแม้แต่นิดเดียว....

"..ฮารุไม่โกรธหรอกค่ะ เพราะรู้ว่าที่คุณฮิบาริทำอย่างนี้ก็เพื่อตัวฮารุเอง"

"ฮารุน่ะ..รู้สึกว่าโชคดีมากเลยล่ะที่ได้รักคุณฮิบาริ ถ้าฮารุจะตายเพราะคุณ..ฮารุก็ไม่เสียใจหรอกค่ะ.."

ฮารุดีใจจริงๆที่ได้พบคุณอีกครั้ง ฮารุดีใจมากจริงๆ...ที่ฮารุได้รักคุณ ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

แต่ฮารุเกลียด...เกลียดตัวเองที่เคยคิดจะทำร้ายคุณ ทำร้ายผู้ชายที่ตัวเองรักอย่างหมดหัวใจ

"เพราะฉะนั้น..อย่า..เกลียด..ตัวเองเลยนะคะ.."

อย่าเกลียดตัวเองเลย...ถ้าจะเกลียดคนที่สมควรโดนเกลียดมีแค่ฮารุคนเดียว

แค่ฮารุจริงๆ....

สิ้นเสียงหญิงสาวร่างบางก็ทรุดลงกับพื้นแต่ชายหนุ่มคว้าตัวไว้ทัน แสงจันทร์นวลสาดส่องกระทบใบหน้าหญิงสาวทำให้เขาเห็นใบหน้าหวาน ที่หลับตาลงอย่างผ่อนคลายพร้อมกับรอยยิ้ม

"ฮารุ..ฮารุ..ฮารุ..."ชายหนุ่มเอ่ยเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจที่เคยเต้นเบาๆของเขาตอนนี้กลับนิ่งไร้ความรู้สึกเหมือนเคย แต่มันกลับรู้สึกโดดเดี่ยวกว่าทุกที

"ฮารุขอร้อง..ลืมตาสิฮารุ"

"ไหนคุณสัญญาว่าจะไม่จากผมไปไหนไง..ทำไมคุณถึงผิดสัญญาล่ะ?"

"คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ...ไม่ได้..."

                ร่างกายที่ไร้ลมหายใจในตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงอะไรเหมือนเช่นเคยอีกแล้ว แต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดและความรู้สึกที่ราวกับได้สวมแหวนที่เรียกว่าแหวนแต่งงานนั้นเธอกลับรับรู้ถึงมันได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกรอบนิ้วนางข้างซ้ายนั้นทำให้เธอเผยรอยยิ้มออกมาท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นใคร

เธอเคยฝัน....ฝันที่แสนสวยงาม

ฝันที่งดงาม ฝันที่อยากให้เป็นจริง....

ในความฝันที่แสนเลือนรางแต่หญิงสาวกลับจำได้แม่น

ภาพคนตัวสูงโปร่งที่เธอรักในชุดสีขาวสะอาดตากำลังกุมมือเธอไว้แน่นทั้งรอยยิ้ม รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นราวกับดวงตะวัน เธอระบายรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

...ภาพวันที่พวกเราได้แต่งงานกัน...

....พระเจ้าคะ....

ถ้าฮารุจะขอพรอีกข้อ...ท่านจะหาว่าฮารุโลภไหมคะ...?

ฮารุขอให้คำภาวนาครั้งสุดท้ายของฮารุเป็นจริง..

ต่อให้ต้องแลกด้วยสิ่งใดฮารุก็ยอม.....

ขอแค่ให้ฮารุได้ยินเสียงเขาอีกครั้ง...

เพียงแค่เสี้ยวนาทีก็ยังดี..

...ท่านจะยอมฟังคำขอของฮารุไหมคะ?...




ความมืดมิดค่อยๆมองเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆเมื่อหญิงสาวลืมตา ดวงตาสีโกเมนคู่สวยค่อยๆหันไปมองไออุ่นจากข้างกายตนก็เห็นคนที่เธอรักนอนปิดตาสนิทโดยมีเธอในอ้อมกอดท่ามกลางดอกพริมโรส ริมฝีปากสีหวานค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา น้ำตาใสราวหยาดเพชรเม็ดงามที่นิ้วนางซ้ายนั้นไหลอาบใบหน้า แต่หยาดน้ำตาในครั้งนี้ไม่ใช่น้ำตาเพราะความเสียใจเช่นทุกครา แต่กลับเป็นน้ำตาแห่งความสุขจนยากที่จะหาคำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้ มือเรียวสวยค่อยๆสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายพร้อมกับแสงแห่งความหวังที่เริ่มมีประกายขึ้นอีกครั้ง

"คุณฮิบาริตื่นได้แล้วนะคะ!"

หากนี่เป็นความจริง....ขอให้เขาลืมตาขึ้นมองฮารุ



ขอให้เขาได้ยินเสียงฮารุทีเถอะ




THE  END


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .



จบแล้วเย่ๆๆ มีครั้งนึงได้ลองกลับไปอ่านฟิคผีดูดเลือดของตัวเองก็คิดถึง เลยเอามาขยายเนื้อเรื่องให้กว้างขึ้นและชี้แจงในคำพูดของฮารุต่างๆให้ชัดเจนมากขึ้น
แต่ประเด็นตอนจบก็ไม่เฉลยเช่นเคย ใครอยากเลือกgood endingหรือ bad endingก็เลือกกันได้เลยค่า55
หวังว่าจะชอบกันนะคะ สุดท้ายนี้ขอบคุณมากค่ะที่คอยเม้นคอยให้กำลังใจเสมอ ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวต่อไปจนกว่าฟิคปัจจุบันจะจบ ขอบคุณมากๆค่า!








2 ความคิดเห็น:

  1. กริ๊ดดดด เศร้ามากเลยค่ะ ToT ไปอ่านในเด็กดีแล้วอันนี้ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าฮารุนางมีเบื้องหลัง 555

    ตอบลบ
  2. เศร้า​มากกกกกสงสารอ่ะ​ทั้ง​สองคนเลย😭😭😭😭😭

    ตอบลบ