เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้
เป็นเรื่องราวความรักระหว่างมนุษย์กับผีดูดเลือด
เสียงเข็มนาฬิกาเรือนโบราณดังอย่างเป็นจังหวะ
ยามเมื่อเข็มนาฬิกาบ่งบอกเวลานอนของเด็กสาวก็ทำเอาเจ้าตัวพองลมอย่างไม่พอใจ เพราะมันแปลว่าเธอจะต้องเข้านอนทั้งๆที่เธอยังอยากจะฟังนิทานเรื่องอื่นต่อแท้ๆ
ผู้เป็นแม่ปิดหนังสือนิทานลงอย่างแผ่วเบา เธออมยิ้มหวานเมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอทำแก้มป่องด้วยความไม่พอใจ
แต่คนตัวเล็กก็ยอมล้มตัวลงนอนแต่โดยดี
ผ้านวมผืนสีขาวสะอาดถูกคลี่ห่มให้คนตัวเล็ก
มือเรียวสวยที่ประดับไปด้วยแหวนเพชรค่อยๆลูบเส้นผมสีน้ำตาลนิ่มของลูกน้อยอย่างเบามือ"ไว้พรุ่งนี้แม่จะเล่าเรื่องต่อไปให้ฟังนะ"
ฮารุยิ้มกว้าง
เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
ภายในใจดวงน้อยพองโตด้วยความตื่นเต้นจนอดใจรอให้ถึงค่ำคืนวันพรุ่งนี้แทบไม่ไหว นิทานก่อนนอนทุกเรื่องนั้นเธอช่างชอบเหลือเกิน
แต่มันก็คงไม่สนุกหากไม่ได้ยินเสียงผู้เป็นแม่คอยเล่าแต่ละบทให้ฟัง
ฮารุเพิ่งจะอายุเพียงห้าปีสามเดือนเท่านั้น
แต่ความเข้มแข็งที่เธอมีช่างมากมายเหลือเกิน ชีวิตของเธอในตอนนี้มีแค่เธอกับแม่แค่สองคนในคฤหาสน์หลังใหญ่ของผู้เป็นพ่อที่ทิ้งไว้ให้ก่อนจะจากไปด้วยโรคที่ไม่มีทางรักษา....ถึงแม้บิดานั้นจะมียศฐาบรรดาศักดิ์เป็นถึงขุนนาง
มีที่ดินสวนไร่มากมาย ทำให้ชีวิตแม่ลูกไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง
แต่ถึงอย่างไรก็ตามหญิงผู้เป็นแม่ก็รู้ดีว่าลูกสาวตัวน้อยของเธอยังขาดความอบอุ่นจากพ่อ...
ความอบอุ่นที่เธอไม่สามารถทดแทนให้ได้
"ฮารุ ลูกจงจำไว้นะ อย่าได้เข้าใกล้บุรุษผู้มีผิวขาวซีดและนัยน์ตาแสนเย็นชาเป็นอันขาด"หญิงสาววัยกลางคนเอ่ยเสียงเบาแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น
เด็กตัวน้อยที่นอนอยู่ใต้ผ้านวมผืนอุ่นกระพริบตาปริบๆตามประสาเด็กเล็กด้วยความสงสัย
"ทำไมเหรอคะคุณแม่?"
ริมฝีปากสีกุหลาบจูบที่เปลือกตาเล็กของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาด้วยความหวงแหน
"...เพราะคนพวกนั้น...ไร้หัวใจยังไงล่ะ"
คำพูดในครั้งนั้นสำหรับเด็กที่ไร้เดียงสาราวกับผีเสื้อน้อยอย่างฮารุก็ยังไม่ค่อยใจอะไรมาก
แต่ทำไมใบหน้าของมารดาตรงหน้าเธอถึงได้ดูเจ็บปวดเหลือเกิน
ทำไมกันล่ะ....
ผืนนภานอกหน้าต่างบานใหญ่ในตอนนี้บ่งบอกได้ถึงการมาเยือนของราตรีวันถัดมา
เธอเอาแต่เฝ้ารอคอยหญิงผู้เป็นแม่มาเคาะประตูห้องเพื่อมาเล่านิทานให้ฟังเช่นเคย
แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับมีอะไรดูต่างไปจากทุกที ฮารุรอแล้วรออีก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่ถอดแบบจากมารดายังคงจับจ้องไปที่ประตูบานใหญ่ตรงหน้า
ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงหัวใจเต้นตึกตักของเธอ ทั้งตื่นเต้นจนอดใจรอไม่ไหว
ทั้งรู้สึกใจไม่ดีในเวลาเดียวกัน....
เด็กสาววัยห้าขวบเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วเดินออกมาตามทางเดินภายในคฤหาสน์
ทางเดินพรมสีแดงปูยาวไปจนถึงบานประตูไม้ของห้องคุณหญิงของคฤหาสน์แห่งนี้
เมื่อเท้าเล็กเดินมาถึงก็เขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเปิดประตูเข้าไป เธอยิ้มกว้างเอ่ยเรียก
แต่ทันใดนั้นดวงตากลมหวานก็เบิกกว้าง
ใบหน้าเด็กสาวถอดสีพร้อมกับเนื้อตัวที่สั่นเทา
"คะ..คุณแม่....?"
ใบหน้าสวยของหญิงสาวตอนนี้มีบางอย่างแปลกไป
ริมฝีปากสีกุหลาบบัดนี้กลับซีดเซียว หยดเลือดค่อยๆไหลจากคอยาวระหงส์ลงสู่พื้นพรมสีขาว
คนในเงามืดที่ประคองร่างนั้นไว้ปล่อยร่างหญิงสาวลงสู่พื้นอย่างไร้ความเมตตา
คนผมสีน้ำตาลน้ำตาไหลพราก เด็กน้อยรีบวิ่งเข้ามาเขย่ามารดาพร้อมทั้งเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างทรมาน
"คุณแม่!! คุณแม่ลืมตาสิคะ ลืมตาขึ้นสิคะ!!!"
ภายในห้องกว้างเงียบสนิท
มีเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กสาว
ไม่มีเสียงผู้เป็นแม่ตอบกลับเธอมาแม้แต่น้อย...แม้แต่เสียงหัวใจ...ฮารุก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว
....ไม่ได้ยินอีกแล้ว....
เด็กสาวค่อยๆเงยหน้ามองบุรุษแปลกหน้าในเงามืด
นัยน์ตาสีแดงฉานราวกับเลือดของแม่เธอนั้นทำให้ฮารุสะอื้นจนหมดสติไป
แต่ภาพของบุรุษนิรนามยังคงตราตรึงอยู่ภายในใจฮารุ
ผิวที่ซีดเซียวราวกับไร้จิตวิญญาณ....นัยน์ตาแสนเย็นชานั่น
....ผีดูดเลือด....
วันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปอย่างทรมาน
ชีวิตฮารุเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เธอสูญเสียคนสำคัญที่เธอเหลืออยู่เพียงคนเดียวไป
ชีวิตเพียงคนเดียวในคฤหาสน์หลังกว้างช่างเงียบเหงา เด็กสาวช่างจ้อค่อยๆกลายเปลี่ยนไปราวกับคนละคน
ดวงตากลมโตแสนสดใสบัดนี้กลับดูว่างเปล่าไม่ต่างกับจิตใจของเธอแม้แต่น้อย
ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนอีกครั้ง
ค่ำคืนนี้คือคืนพิเศษ เป็นค่ำคืนเฉลิมฉลองให้กับฤดูการเก็บเกี่ยว
เป็นการรวมตัวของบุคคลชั้นสูงมากมายทั้งพวกเชื้อพระวงศ์ ดยุก ไวส์เคาท์
หรือแม้แต่กระทั่งลูกขุนนางวัยสิบแปดอย่างเธอ
ดวงตาสีโกเมนคู่สวยที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากขนนกสีขาวเหม่อมองไปรอบๆบรรยากาศงานเลี้ยงรื่นเริง
เหล่าชายหญิงกำลังเต้นรำไปตามบทเพลงอย่างสง่างามตามแบบผู้ดี
ช่างแตกต่างกับหญิงสาวแสนโดดเดี่ยวอย่างเธอเหลือเกิน....
ถึงแม้จะมีผู้ชายมาขอคบหาดูใจเธอมากมาย
แต่ฮารุก็ไม่คิดสนใจ บางคนเธอก็ลืมหน้าไปแล้วบ้างก็มี
ที่หญิงสาวทำเป็นคนใจแข็งแบบนี้ใช่ว่าไม่ต้องการความรักจากใครสักคน
เธอต้องการ...ต้องการมากกว่าใคร
แต่เพราะเธอไม่อยากรักใครอีกแล้ว
หากยิ่งรักมาก พอถึงเวลาต้องจากก็จะเสียใจมากเท่านั้น
ร่างบางลอบถอนหายใจอีกครั้ง
ถึงจะเคยเข้างานสังคมแบบนี้มาหลายครา แต่เธอก็ไม่ชินสักที
การที่เธอต้องมาฟังเหล่าผู้ดีคนอื่นนินทาลับหลังว่าเป็นเด็กไร้พ่อแม่นั้นมันช่างทรมานจริงๆ
แต่เธอก็ต้องฝืนปั้นหน้ายิ้มออกมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตนเอง ฮารุเป็นเหมือนคนที่เข้มแข็งแต่ภายในนั้นช่างเปราะบางยิ่งกว่าแก้วใสเสียอีก...
ยามเมื่อได้ยินคำพูดคำจาแสนเสียดแทงนั้นมันทำให้ฮารุนึกถึงภาพในวัยเยาว์
ภาพของมารดาที่นอนนิ่งไร้ลมหายใจ แต่เธอทำได้เพียงร้องไห้...ร้องไห้อย่างน่าสมเพช
ตั้งแต่วันนั้นจวบจนทุกวันนี้ชีวิตของเธอก็อยู่ภายใต้ของความรู้สึกที่เรียกว่าโทษตัวเองมาโดยตลอด โทษตัวเองที่วันนั้นเธอทำอะไรไม่ได้เลย
อย่างน้อยหากเธอทำอะไรได้มากกว่าการร้องไห้
อาจจะยื้อชีวิตของผู้เป็นแม่ได้นานกว่านั้นก็ได้...
ผู้ชายคนนั้น....?
ดวงตาหวานเบิกกว้างเมื่อเห็นคนตัวสูงโปร่งภายในมุมมืดของงาน
ถึงแม้เขาจะอยู่ในเงามืดสักแค่ไหนแต่เพราะความมืดนี่แหละทำให้เธอจำเขาได้แม่น
บุรุษในเงามืดครั้งนั้น....ชายผู้ที่สังหารแม่ของเธอเมื่อเธออายุเพียงห้าปีเท่านั้น
ดวงตาสีหวานดูเปลี่ยนไป
เธอกุมมือเรียวแน่นก่อนจะค่อยๆคลายออก รองเท้าสีขาวสะอาดพาร่างหญิงสาวไปหาคนชุดดำ
ฮารุยิ้มหวานแล้วถอนสายบัวให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท
เพราะเท่าที่ดูคนตรงหน้าเธอคงเป็นคนที่มีอายุมากกว่าเธอเป็นแน่
ตั้งแต่วันแรกที่ได้สบตาแสนเย็นชาในครั้งนั้น วันนี้เขาก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งใบหน้าที่ดูหนุ่มนี่และผิวที่ขาวซีด
ทำให้เธอมั่นใจเป็นอย่างดี
ว่านี่คือผีดูดเลือดในครั้งนั้นแน่นอน
"ถ้าไม่รังเกียจเต้นรำกันไหมคะ?"
เจ้าของเสียงหวานเอ่ยถามทั้งรอยยิ้ม
อีกฝ่ายเปรยตามองเล็กน้อยก่อนยิ้มตอบ
"แน่นอนคุณผู้หญิง"
การเต้นรำของพวกชายหญิงคู่นี้หากมองเผินๆก็คงเป็นเพียงการเต้นรำแสนสง่างามของคู่หนึ่งก็เท่านั้น
แต่ภายใต้หน้ากากที่ซ่อนความจริงอยู่นั้นมันไม่ใช่การเต้นรำธรรมดาๆ
ต่างฝ่ายต่างมีจุดประสงค์เดียวกัน
คือสังหารฝ่ายตรงข้ามก็เท่านั้น
"เป็นอะไรไปคะ?
คุณจ้องหน้าฮารุตลอดเลย....หรือว่าหน้าฮารุมีอะไรแปลกไปงั้นเหรอคะ?"ฮารุเอ่ยถามเสียงเบาทั้งรอยยิ้มหลังจากที่เห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเธออยู่นาน
ภายในใจรู้ดีคงเป็นเพราะเธอคือเด็กในตอนนั้นไงล่ะ
เด็กที่เป็นลูกของคนที่คุณดูดเลือดอย่างไร้หัวใจ แต่แน่นอนว่าฮารุไม่พูดออกมา
เธอเลือกที่จะยิ้มหวานให้เขาเพื่อได้ใกล้ชิดอีกฝ่ายมากขึ้น
"ไม่หรอก...ผมแค่คิดว่าคุณเป็นผู้หญิง...ที่ช่างงดงามราวกับภาพวาดก็เท่านั้นแหละ"
ฮารุยิ้มอย่างเขินอายพร้อมทั้งใบหน้าที่ขึ้นสีจางๆ
เธอหลุบตาต่ำลงนิดหน่อยไม่กล้ามองอีกฝ่าย ถึงแม้คำพูดนั่นจะชวนให้เคลิบเคลิ้มมากแค่ไหน
แต่ก็ไม่ใช่สำหรับฮารุ เธอก็แค่แสร้งทำเป็นใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวไปก็เท่านั้น
ฮารุเป็นคนคิดก่อนจะลงมือทำอะไร
เธอไม่ใช่พวกประเภทแว้ดเสียงแหลมแล้วเดินเข้าไปป่าวประกาศว่าเธอจะแก้แค้นให้โง่หรอก
อีกอย่างการจะจัดการกับผีดูดเลือดที่ไร้หัวใจอย่างเขา
มันไม่ง่ายสำหรับมนุษย์อย่างเธอเลย
แต่ก็ใช่ว่าจะไร้หนทาง
"มางานเลี้ยงเต้นรำทั้งทีแต่คุณกลับยืนเฉยๆ
มันทำให้ฮารุอดเข้าไปชวนเต้นรำไม่ได้น่ะค่ะ"ฮารุพูดขึ้นทั้งรอยยิ้ม
แต่เพราะสายลมยามราตรีที่พัดผ่านทำให้ผมเผ้าเธอบังหน้าบังตาจนมองอะไรไม่เห็น
ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมือมาจับปลายเส้นผมเธออย่างถือวิสาสะก่อนจะทัดกับใบหูเล็กอย่างแผ่วเบา
พอหญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นมองทุกอย่างกลับดูเปลี่ยนไป ใบหน้าที่เรียบเฉยนั่น...กำลังยิ้มให้เธออยู่
รอยยิ้ม...ที่ทำให้หัวใจเธอเต้นระรัว...
ฮารุเอ่ยขอบคุณตามมารยาทของคนอายุน้อยกว่า
เธอก้มหน้านิ่งไปพักใหญ่เพื่อให้เสียงหัวใจตอนนี้ได้สงบลงบ้าง
ถึงแม้ใบหน้าตอนนี้จะรู้สึกร้อนผ่าวสักแค่ไหน แต่เธอเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจมัน
ดวงตาสีโกเมนเงยหน้าขึ้นมองม่านฟ้ายามราตรีแล้วพึมพำขึ้นเสียงเบา
"มีตำนานของชาวกรีกเคยเล่าไว้ว่า
ถ้าขอพรจากดวงดาวดวงใดดวงหนึ่งบนท้องฟ้า
คำขอนั้นจะถูกส่งไปให้พระเจ้าให้ได้ยินคำขอที่เราขอไป คุณเชื่อไหมคะ?"
"...ผมไม่คิดว่าพระเจ้าจะมีอยู่จริง"บุรุษเจ้าแห่งรัตติกาลเอ่ยเสียงเรียบ ฮารุเอียงคอสงสัยกับคำพูดของคนข้างกาย
"ทำไมล่ะคะ?"
"แล้วพระเจ้าเคยตอบคุณบ้างหรือเปล่าล่ะ?"
หญิงสาวไม่ตอบ
เธอเพียงแต่ยิ้มกว้างออกมาแล้วเงยหน้ามองดวงดาราอีกครั้ง
"งั้นเหรอคะ...แต่ฮารุก็ยังเชื่อนะคะ
เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง แล้วสักวันท่านจะฟังคำขอของฮารุ"
"คำขอของคุณคืออะ...."เสียงทุ้มหายไปเมื่อนิ้วเรียวของหญิงสาวจรดริมฝีปากบางของเขา
หญิงสาวรู้ดีว่าเขาจะถามอะไรจึงรีบห้ามไว้ก่อน ฮารุยิ้มหวานให้คนตัวสูงอีกครั้ง
"อ้ะๆ ไม่บอกหรอกค่ะ
เพราะถ้าบอกแล้วคำขอของฮารุจะไม่เป็นจริงนะคะ"
ใช่...ฮารุเชื่อในพระเจ้า
เพราะตอนนี้ท่านทำให้คำอธิษฐานของฮารุเป็นจริงแล้ว
คำอธิษฐานที่เฝ้ารอคอยให้มันเป็นจริง
คำอธิษฐานที่จะได้แก้แค้นให้คุณแม่ยังไงล่ะ
ชายหญิงคู่นี้ได้เรียนรู้กันมากขึ้นพบเจอครั้งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงล่วงเลยมาจนถึงปลายฤดูหนาว
จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูแห่งการเกิดใหม่ที่ชาวเมืองเฝ้าคอยหลังจากการอุดอู้อยู่ในบ้านกันมานาน
แต่ก็ไม่ใช่สำหรับฮิบาริ เขาไม่สนใจเรื่องไร้สาระที่มนุษย์ทำกันหรอก....นัยน์ตาคมเหลือบมองหญิงสาวที่นอนอยู่ภายในอ้อมแขนเขา
ริมฝีปากสีหวานกำลังเล่านิทานปรัมปราให้เขาฟังเหมือนทุกคืนก่อนนอน ดวงตาคู่สวยไล่สายตาตั้งใจอ่านหนังสือปกสีแดงกำมะหยี่ในมือด้วยท่าทางที่ตั้งอกตั้งใจ
ท่าทีของเธอทำให้เขาไม่แปลกใจเลยแม้แต่นิดเดียว ว่าทำไมเขาถึงรักเธอกัน...
เขาไม่สนใจมนุษย์คนไหน....เพราะตอนนี้เขามีเธออยู่เคียงข้างกายแล้ว....เขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...
"แล้วหลังจากนั้นเจ้าหญิงก็อยู่กับเจ้าชายอย่างมีความสุข
จบแล้วค่า นอนได้แล้วนะคะคุณฮิบาริ"เสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับปิดหนังสือในมือลง
เธอยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายเพราะตอนจบแสนสุขในตอนท้ายของนิทานทำให้เธอมีความสุขตาม
แต่กับฮิบารินี่ช่างแตกต่าง ริมฝีปากนั่นยังคงเป็นเส้นตรงเฉกเช่นทุกครายามเธอเล่านิทานให้เขาฟังเช่นนี้
"ผมไม่เข้าใจนิทานพวกนี้เลยจริงๆ
ในชีวิตจริงจะสวยหรูขนาดนั้นเลยหรือไงกัน"ฮารุนิ่งไปกับคำถามนั่น
เธอหลับตาลงก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา"...ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็หวังจะเป็นเจ้าหญิงในนิทานกันทั้งนั้นแหละค่ะ"
"รอวันที่จะได้พบเจ้าชายของตัวเอง
แม้ต้องลำบากแค่ไหนก็ตาม รวมถึงตัวฮารุเองก็ด้วย"
"คุณก็มีผมแล้ว"มือใหญ่ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนอย่างแผ่วเบา
"คุณต้องการอะไร......ผมยินดียอมทุกอย่าง"ฮิบาริเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "ราตรีสวัสดิ์ฮารุ"
ร่างบางในชุดกระโปรงเพียงแต่ยิ้มรับเบาๆก่อนจะคลี่ผ้าห่มให้อีกฝ่าย
ริมฝีปากสีหวานเป่าเทียนไขในตะเกียงให้ดับลงก่อนจะหันมามองชายผู้เป็นที่รักอีกครั้ง
มือเรียวค่อยๆเอื้อมไปข้างหลังเอวบาง
เธอหยิบมีดสั้นออกมาจากชายริบบิ้นที่ซ่อนไว้แล้วยกขึ้นจ่อคอแกร่งของอีกฝ่าย
เสียงลมหายใจเป็นจังหวะของเขานั้นทำให้เธอมั่นใจว่าเขาหลับสนิทแล้ว
หากคิดจะลงมือก็ทำได้เพียงราตรีนี้เท่านั้น
ราตรีที่เป็นคืนดับ
มองไม่เห็นดวงจันทรา...ราตรีนั้นเหล่าผีดูดเลือดจะหลับลึกไม่ต่างราวกับคนตายเพราะร่างกายที่อ่อนแอ
และมีร่างกายที่ไม่ต่างจากมนุษย์ ดังนั้นมีดสั้นเล่มนี้ก็ฆ่าเขาได้ไม่ยาก
เร็วสิฮารุ เธอรอเวลานี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง
รอวันที่เขาจะไว้ใจเธอ
รอวันที่เขารักเธอ...เพื่อที่จะได้ฆ่าเขาง่ายขึ้น.....
แหมะ แหมะ
เสียงหยดน้ำตาดังขึ้นยามสัมผัสใบหน้าคมคายของอีกฝ่าย
มือเรียวที่กำมีดแน่นสั่นจนเธอลดมือลง
ฮารุมองใบหน้ายามหลับใหลของอีกฝ่ายเธอก็หลับตาลงอย่างเจ็บปวด
ฮารุ...ทำไม่ได้....
ฮารุทำร้ายคุณไม่ได้.....
หลายคนมักกล่าวไว้ว่าความรักทำให้คนเราเปลี่ยนไป
ซึ่งฮารุคือหนึ่งในนั้น เพราะความรักที่เขามอบให้นั้นช่างแสนอ่อนโยนเหลือเกิน หญิงสาวที่ใช้ชีวิตเพียงตัวคนเดียวมาตลอดอย่างเธอจะหวั่นไหวกับความอบอุ่นนั่นก็คงไม่แปลก
แต่ถึงอย่างไรความสับสนก็ยังทำให้สาวเจ้าลังเล
วันต่อมา ฮารุตัดสินใจเล่าเรื่องสมัยเด็กแสนทรมานให้ฮิบาริฟังด้วยความเจ็บปวด
วัยเด็กที่ต้องสูญเสียบิดาตอนที่เธอยังอ่อนต่อโลกเหลือเกิน
ความเจ็บปวดนั่นมันมากเกินกว่าที่เด็กตัวเล็กๆอย่างเธอจะรับไหว
สำหรับเธอในตอนนั้นก็เหลือแต่เพียงผู้เป็นแม่ที่จะอยู่ข้างกาย......คุณแม่คือแสงสว่างสุดท้ายในชีวิตของฮารุ
แต่คุณก็กลับ....ทำให้แสงนั้นดับลงเพียงเพราะความกระหายของคุณ
"ฮารุเกลียดพวกผีดูดเลือด..ทำไม...ทำไมคุณแม่ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมันด้วย?"
ทำไมล่ะ ตอบสิ....ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น
ทำไมต้องเป็นคุณ
ตอบทีเถอะ...ได้โปรด
ตอบฮารุที....ฮารุไม่ต้องการรักคุณไปมากกว่านี้อีกแล้ว.......
พูดสิ พูดสิ่งที่ทำให้ฮารุเกลียดคุณ
ทำให้ฮารุแค้นคุณมากกว่านี้
ขอร้อง...พูดออกมาทีเถอะ
"ฮารุ....."เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยค่อยๆเอ่ยชื่อหญิงสาวขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แตกต่างไปจากทุกครา
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายเธอก็ได้คำตอบ...นัยน์ตาสีนิลตรงหน้ากำลังหวั่นไหวอย่างหวาดกลัว
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น....อย่าทิ้งผมให้อยู่คนเดียว....ผมขอร้อง"
คำพูดที่แสนเอาแต่ใจเอ่ยขึ้นเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ
ฮารุได้แต่นิ่งเธอไม่เคยเห็นชายคนนี้ทำสีหน้าเจ็บปวดแบบนี้มาก่อนเลย
ทำไมล่ะ...ทั้งๆที่เธอตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ฟัง เพื่อให้คุณพูดสิ่งที่ทำให้ฮารุเกลียดคุณมากขึ้น
แต่ทำไม...ถึงทำหน้าแบบนั้นกันล่ะ.....?
"ฮารุไม่จากคุณฮิบาริไปไหนหรอกค่ะ
ฮารุสัญญา"
ตัดสินใจแล้ว....
ตัดสินใจจะรักแค่คุณเพียงผู้เดียว
ตัดสินใจจะยอมละทิ้งความแค้นบ้าๆนั่น
แล้วจะอยู่เคียงข้างกายคุณตลอดไป
ถึงแม้คุณจะเป็นเงามืดสำหรับใครต่อใคร
แต่สำหรับฮารุคุณคือแสงสว่างอันริบหรี่แต่ฮารุจะขอศรัทธาอย่างมั่นคง
ดังนั้น....โปรดอย่าดับแสงสุดท้ายของฮารุด้วยน้ำมือคุณอีกครั้งเลยนะคะ.....
คำว่ารักมักทำให้คนเราทำเรื่องบ้าๆเสมอ ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่เธอก็ยังจะขอมั่นคงกับความรักครั้งนี้
ความรักระหว่างมนุษย์กับผีดูดเลือด....ถึงแม้มันฟังดูเหมือนเรื่องราวที่เป็นไปไม่ได้ราวกับความรักของโฉมงามกับอสูรในนิทานปรัมปราที่เธอโปรดปราน
ซึ่งเธอเลือกที่จะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเจ้าหญิงกับเจ้าชายจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ถึงจะรู้ว่าหนทางกว่าจะถึงตอนจบนั้นจะลำบากมากมายสักแค่ไหน....แต่เธอก็ยังประคองแสงสว่างสุดท้ายไว้อย่างเชื่อมั่น
เธอจะขอเชื่อมั่น...ในตัวของชายผู้ไร้หัวใจคนนี้....
"..คุณ..ฮิบาริ..."ร่างบางเบิกตากว้าง เนื้อตัวสั่นเทา
ภาพตรงหน้าเธอคือคนที่เธอรักกำลังดูดเลือดสาวผมบลอนด์คนหนึ่งที่ตอนนี้ร่างกายซีดเซียวไร้ลมหายใจ
ดวงตาสีรัตติกาลตอนนี้กลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดหันมามองที่เธอ แววตาสีแดงนั่นมันไม่ต่างอะไรกับแววตาที่เธอเห็นตอนเธอเป็นเด็กตัวน้อย
ความกลัวถาโถมเข้าใส่หญิงสาวจนเธอทำหนังสือนิทานเล่มโปรดร่วงลงสู่พื้นแล้วรีบวิ่งหนีไป
เธอไม่พร้อมที่จะมองหน้าเขาตอนนี้
ถึงแม้ในใจจะรู้ดีมาตลอดว่าเขาต้องดื่มเลือดใครสักคนเพื่อประทังชีวิต แต่ยามเมื่อได้สบตานัยน์ตาสีแดงฉานนั่นมันทำให้ความทรงจำในวัยเด็กนั้นกลับมาอีกครั้ง
หญิงสาวจึงเลือกที่จะหนีออกมาหวังจะได้สงบสติบ้าง หวังที่จะได้สติเพื่อไม่ให้นึกเกลียดเขา
แต่ทันใดนั้นขาเรียวก็ชะงักไปเมื่อเห็นเงาสูงที่มาอยู่ตรงหน้า
ถึงแม้เธอจะกลัวจนตัวสั่นมากแค่ไหนแต่เธอไม่ต้องการแสดงท่าทีรังเกียจของเธอออกมาให้เขาเห็น
ฮารุจึงเลือกที่จะหยุดนิ่งแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย แต่ทันใดนั้นคอระหงส์กลับถูกคว้าไปโดยไม่ทันตั้งตัว
ก่อนเธอจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดยามเมื่อเขี้ยวแหลมฝังลงมา
ฮารุไม่รู้เหมือนกันว่าเวลาตอนนี้มันผ่านไปนานเท่าไหร่
แต่สำหรับเธอตอนนี้แต่ละวินาทีมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน ร่างกายตอนนี้ชาไปหมดพร้อมกับภาพตรงหน้าที่พร่ามัวจนเริ่มมองไม่เห็น
แต่หญิงสาวกลับยืนนิ่ง
"ทั้งๆที่...ฮารุรักคุณฮิบาริอย่างหมดหัวใจแท้ๆ...."เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาไม่ต่างกับเสียงหัวใจ
หัวใจดวงน้อยในตอนนี้ค่อยๆเต้นช้าลงเรื่อยๆราวกับตอนนี้มันเป็นเพียงเสียงเบาๆเสียงสุดท้ายในร่างกายของเธอ
ทั้งๆที่ฮารุรักคุณ...แต่ทำไมคุณถึงทำแบบนี้....ทั้งๆที่ฮารุเคยคิดจะฆ่าคุณ
แต่คุณก็ไม่เคยคิดจะดื่มเลือดฮารุเลยแม้แต่ครั้งเดียว....ทั้งๆที่ความกระหายของคุณมันช่างมากมายเหลือเกิน...แต่คุณกลับฝืนตัวเองเพื่อฮารุ....
"แต่...คุณฮิบาริรู้ไหม...ว่าต่อให้คุณฮิบาริเป็นอะไรก็ตาม
ฮารุก็ไม่คิดเกลียดคุณหรอกค่ะ เพราะฮารุ...รักคุณอย่างหมดหัวใจ...แต่คุณฮิบาริกลับปิดบังไม่บอกความจริงกับฮารุ...."ปากเล็กอ้าปากพูดอย่างยากลำบากเพราะความอ่อนล้าจากการโดนดูดเลือด
เสียงหัวใจเตือนถึงช่วงเวลาสั้นๆที่เหลืออยู่
ฮารุพยายามพูดออกมาถึงแม้ในตอนนี้แค่หายใจเธอก็ยังไม่ไหว แต่เธอก็ยังพยายามที่จะพูด
เพราะนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้พูดกับชายผู้เป็นที่รัก
ฮารุต้องพูด...เพื่อไม่ให้คุณคิดโทษตัวคุณเองในช่วงชีวิตของคุณที่เหลืออยู่โดยปราศจากฮารุ
เพราะฮารุรู้ว่าการใช้ชีวิตโดยคิดโทษตัวเองมาตลอดนั้น...มันไม่มีความสุขเลยแม้แต่นิดเดียว....
"..ฮารุไม่โกรธหรอกค่ะ
เพราะรู้ว่าที่คุณฮิบาริทำอย่างนี้ก็เพื่อตัวฮารุเอง"
"ฮารุน่ะ..รู้สึกว่าโชคดีมากเลยล่ะที่ได้รักคุณฮิบาริ
ถ้าฮารุจะตายเพราะคุณ..ฮารุก็ไม่เสียใจหรอกค่ะ.."
ฮารุดีใจจริงๆที่ได้พบคุณอีกครั้ง
ฮารุดีใจมากจริงๆ...ที่ฮารุได้รักคุณ ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
แต่ฮารุเกลียด...เกลียดตัวเองที่เคยคิดจะทำร้ายคุณ
ทำร้ายผู้ชายที่ตัวเองรักอย่างหมดหัวใจ
"เพราะฉะนั้น..อย่า..เกลียด..ตัวเองเลยนะคะ.."
อย่าเกลียดตัวเองเลย...ถ้าจะเกลียดคนที่สมควรโดนเกลียดมีแค่ฮารุคนเดียว
แค่ฮารุจริงๆ....
สิ้นเสียงหญิงสาวร่างบางก็ทรุดลงกับพื้นแต่ชายหนุ่มคว้าตัวไว้ทัน
แสงจันทร์นวลสาดส่องกระทบใบหน้าหญิงสาวทำให้เขาเห็นใบหน้าหวาน
ที่หลับตาลงอย่างผ่อนคลายพร้อมกับรอยยิ้ม
"ฮารุ..ฮารุ..ฮารุ..."ชายหนุ่มเอ่ยเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หัวใจที่เคยเต้นเบาๆของเขาตอนนี้กลับนิ่งไร้ความรู้สึกเหมือนเคย
แต่มันกลับรู้สึกโดดเดี่ยวกว่าทุกที
"ฮารุขอร้อง..ลืมตาสิฮารุ"
"ไหนคุณสัญญาว่าจะไม่จากผมไปไหนไง..ทำไมคุณถึงผิดสัญญาล่ะ?"
"คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ...ไม่ได้..."
ร่างกายที่ไร้ลมหายใจในตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงอะไรเหมือนเช่นเคยอีกแล้ว
แต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดและความรู้สึกที่ราวกับได้สวมแหวนที่เรียกว่าแหวนแต่งงานนั้นเธอกลับรับรู้ถึงมันได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกรอบนิ้วนางข้างซ้ายนั้นทำให้เธอเผยรอยยิ้มออกมาท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นใคร
เธอเคยฝัน....ฝันที่แสนสวยงาม
ฝันที่งดงาม
ฝันที่อยากให้เป็นจริง....
ในความฝันที่แสนเลือนรางแต่หญิงสาวกลับจำได้แม่น
ภาพคนตัวสูงโปร่งที่เธอรักในชุดสีขาวสะอาดตากำลังกุมมือเธอไว้แน่นทั้งรอยยิ้ม
รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นราวกับดวงตะวัน เธอระบายรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
...ภาพวันที่พวกเราได้แต่งงานกัน...
....พระเจ้าคะ....
ถ้าฮารุจะขอพรอีกข้อ...ท่านจะหาว่าฮารุโลภไหมคะ...?
ฮารุขอให้คำภาวนาครั้งสุดท้ายของฮารุเป็นจริง..
ต่อให้ต้องแลกด้วยสิ่งใดฮารุก็ยอม.....
ขอแค่ให้ฮารุได้ยินเสียงเขาอีกครั้ง...
เพียงแค่เสี้ยวนาทีก็ยังดี..
...ท่านจะยอมฟังคำขอของฮารุไหมคะ?...
ความมืดมิดค่อยๆมองเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆเมื่อหญิงสาวลืมตา
ดวงตาสีโกเมนคู่สวยค่อยๆหันไปมองไออุ่นจากข้างกายตนก็เห็นคนที่เธอรักนอนปิดตาสนิทโดยมีเธอในอ้อมกอดท่ามกลางดอกพริมโรส
ริมฝีปากสีหวานค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา น้ำตาใสราวหยาดเพชรเม็ดงามที่นิ้วนางซ้ายนั้นไหลอาบใบหน้า
แต่หยาดน้ำตาในครั้งนี้ไม่ใช่น้ำตาเพราะความเสียใจเช่นทุกครา แต่กลับเป็นน้ำตาแห่งความสุขจนยากที่จะหาคำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้
มือเรียวสวยค่อยๆสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายพร้อมกับแสงแห่งความหวังที่เริ่มมีประกายขึ้นอีกครั้ง
"คุณฮิบาริตื่นได้แล้วนะคะ!"
หากนี่เป็นความจริง....ขอให้เขาลืมตาขึ้นมองฮารุ
ขอให้เขาได้ยินเสียงฮารุทีเถอะ
THE END
. .
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
. . . .
จบแล้วเย่ๆๆ
มีครั้งนึงได้ลองกลับไปอ่านฟิคผีดูดเลือดของตัวเองก็คิดถึง
เลยเอามาขยายเนื้อเรื่องให้กว้างขึ้นและชี้แจงในคำพูดของฮารุต่างๆให้ชัดเจนมากขึ้น
แต่ประเด็นตอนจบก็ไม่เฉลยเช่นเคย
ใครอยากเลือกgood
endingหรือ bad endingก็เลือกกันได้เลยค่า55
หวังว่าจะชอบกันนะคะ
สุดท้ายนี้ขอบคุณมากค่ะที่คอยเม้นคอยให้กำลังใจเสมอ
ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวต่อไปจนกว่าฟิคปัจจุบันจะจบ ขอบคุณมากๆค่า!
กริ๊ดดดด เศร้ามากเลยค่ะ ToT ไปอ่านในเด็กดีแล้วอันนี้ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าฮารุนางมีเบื้องหลัง 555
ตอบลบเศร้ามากกกกกสงสารอ่ะทั้งสองคนเลย😭😭😭😭😭
ตอบลบ