"วันคริสต์มาส?"
จางนีนิชายร่างกายจ้ำม้ำในชุดสูท
นักประดิษฐ์ประจำวองโกเล่กล่าวขึ้น
สายตาของเขามองไปที่หญิงสาวผู้มีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลมีประกายขึ้นทันที
"ใช่ค่ะ ฮารุขอคุณสึนะแล้วล่ะค่ะ
คุณสึนะก็อนุญาตนะคะ"มิอุระ ฮารุค่อยๆยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของบอสวองโกเล่
ในมือหญิงสาวมีสายรุ้งหลากสีมากมาย
แถมของตกแต่งต่างๆที่วางอยู่บนพื้นมากมายอีกด้วย
จางนีนิมองไปรอบๆห้องรับแขกประจำฐานทัพวองโกเล่
ที่ตอนนี้ถูกประดับตกแต่งไปด้วยสายรุ้งหรือของตกแต่งมากมายเต็มไปหมดด้วยฝีมือหญิงสาวตรงหน้าเขาเพียงคนเดียว
"ตะ..แต่ว่าคุณฮารุครับ
วันนี้ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยนะครับ
คุณยามาโมโตะกับคุณโกคุเดระก็ไปทำภารกิจกับพวกวาเรีย
คุณเรียวเฮเองก็ไปฉลองกับคุณฮานะ แล้วพวกคุณฟูตะ คุณเบียงกี้
ก็พาแรมโบ้กับอี้ผิงไปทานเค้กอีกด้วยนะครับ!"จางนีนิรีบทักท้วงหญิงสาว
เพราะคืนวันคริสต์มาสนี้ไม่มีใครอยู่ฐานวองโกเล่เลยสักคน
แถมตัวเขาเองก็จะกลับแล้วเหมือนกันด้วย!
"ค่ะ ฮารุรู้ดีค่ะ
แต่ก็ไม่เป็นไรนี่คะ
แค่ฮารุได้ฉลองวันคริสต์มาสกับคุณสึนะก็พอแล้วล่ะค่ะ"หญิงสาวผมสั้นประคางตอบกลับทั้งรอยยิ้ม
ทำเอาจางนีนิถึงกับเหงื่อตก
จางนีนิเหลือบไปเห็นเค้กครีมสดชิ้นโตที่วางอยู่บนโต๊ะ
พร้อมกับผ้าพันคอผืนสีเทา เขารู้ดีว่าเป็นของขวัญที่จะมอบให้กับคนที่เธอกำลังรอคอย
"เอ่อ..งั้นขอให้โชคีนะครับคุณฮารุ
ผมเองก็คงต้องขอตัวกลับก่อน"จางนีนิยิ้มแล้วโค้งตัวให้ฮารุนิดหน่อย
"ค่ะ
สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะคุณจางนีนิ"ฮารุยิ้มกลับ
จางนีนิจึงยิ้มตามหญิงสาวแล้วเดินออกไป
จางนีนิยังคงคิดถึงใบหน้าของหญิงสาว
ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมผู้หญิงที่มีรอยยิ้มสดใสตลอดเวลาคนนี้
ผู้หญิงที่คอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างกับบอสของวองโกเล่มาโดยตลอดหลายสิบปี
ถึงต้องเป็นที่สองรองจากซาซางาวะ
เคียวโกะเสมอ...
จางนีนิกระชับเสื้อโค้ทตัวหนาในแน่นขึ้นเพราะความหนาวก่อนจะพึมพำเสียงเบา
"คุณฮารุ...ขอให้คืนวันคริสต์มาสนี้
คุณเจอเรื่องดีๆนะครับ"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"ฮาฮิ~คุณสึนะกลับมาช้าจังเลย"
ฮารุถอนหายใจออกมาเบาๆ
ดวงตากลมเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังภายในห้องนี่
บ่งบอกว่าเป็นเวลาห้าทุ่มสามสิบห้านาที ทำให้หญิงสาวกอดหมอนในอ้อมแขนแน่นขึ้น
คุณสึนะบอกว่าจะกลับมาไม่เกินสามทุ่ม...
ดวงตาสีน้ำตาลหมองลงนิดหน่อยเมื่อคิดถึงคำพูดชายหนุ่ม
แต่หญิงสาวก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วตบหน้าตัวเองเบาๆ
"ไม่สิ! ก็คุณสึนะสัญญาแล้วนี่นาว่าจะกลับมาฉลองกับฮารุ!
เพราะงั้นฮารุจะเอาแต่นั่งซึมไม่ได้นะ!"ฮารุพูดขึ้นราวกับให้กำลังใจตนเอง
ดวงตาหวานมองไปรอบๆห้องแล้วสะดุดไปที่สายรุ้งเส้นหนึ่งที่ยังไม่ถูกตกแต่ง
ริมฝีปากอวบก็ค่อยๆยิ้มออกมา แล้วเดินไปหยิบมันขึ้นมา
ฮารุมองหาที่ตกแต่งสายรุ้งเส้นนี้
ก็ไปเห็นตรงบริเวณผนังด้านซ้ายยังดูโล่งอยู่
หญิงสาวจึงยิ้มแล้วหยิบเก้าอี้ไปเพื่อต่อตัวขึ้นไปประดับตกแต่งสายรุ้ง
มือเล็กที่กำลังตกแต่งเย็นนิดหน่อยเพราะอากาศในค่ำคืนนี้
แต่ร่างบางก็ไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย
หวังแค่ว่าคนที่เธอรอคอยจะกลับมาไวๆก็เท่านั้น.....
อีกด้านร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำพอดีตัว
เหมือนกับสีเส้นผมสีดำที่ดูยุ่งเหยิงนิดหน่อยเพราะเจ้าตัวไม่สนใจที่จะดูแลสักเท่าไหร่
ดวงตาคมรัตติกาลมองนาฬิกาเรือนสีเงินบนข้อมือแล้วถอนใจ
เพราะงานมากมายที่เขาได้รับมอบหมายทำให้เขามีเวลาพักน้อยแบบนี้ ใช่ว่างานของเขาจะเสร็จหมดแล้ว
ที่เสร็จน่ะมันก็แค่งานของวองโกเล่เท่านั้น งานของเขาน่ะยังไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ
งานที่ว่าคงไม่ต้องขยายให้มากความ
แค่ได้ขึ้นชื่อว่า'ฮิบาริ เคียวยะ' ก็พอจะเดากันได้แล้วว่างานที่เขาทำน่ะมันคืออะไร
สองขายาวก้าวไปเรื่อยๆในฐานทัพวองโกเล่ นานๆทีเขาจะมาทีนี้
ถ้าไม่ใช่เรื่องงานเขาก็ไม่คิดจะมาเหยียบที่นี่หรอก
เพราะตัวชายหนุ่มเกลียดการสุมหัวเป็นที่สุด
แต่น่าแปลก...วันนี้ดูเงียบพิกล
ไม่มีคนอยู่เลยหรือไงนะ?
ฮิบาริขมวดคิ้วนิดหน่อย
ถ้าไม่มีคนอยู่โดยเฉพาะบอสวองโกเล่ตัวดีแล้วล่ะก็ ชายหนุ่มคงไม่รับประกันว่าที่นี่จะพังเละเพราะความหงุดหงิดของเขาขนาดไหน
ทันใดนั้นดวงตาคมก็เหลือบไปเห็นห้องหนึ่ง
ซึ่งมีร่างบางกำลังพยายามประดับสายรุ้งบนผนัง ฮิบาริมองจากด้านหลัง
แล้วค่อยๆขมวดคิ้วออกมา
ทำไมยัยนี่ถึงอยู่ที่นี่คนเดียว?
"นี่"ฮิบาริพูดขึ้น
ทำให้ฮารุสะดุ้งตัวทันทีแล้วหันกลับมามอง
เธอตกใจนิดหน่อยที่เห็นฮิบาริอยู่ที่นี่ เพราะเขาไม่ค่อยอยู่ที่นี่
แถมเขายังไม่เคยคุยกับเธอมาก่อนอีกด้วย!
"คะ..คะ?? คุณฮิบาริมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?"ฮารุค่อยๆถาม เธอไม่ได้กลัวผู้ชายตรงหน้าคนนี้
แต่มักจะได้ยินมาโดยตลอดว่าชายชุดสูทคนนี้คือคนที่น่ากลัวที่สุดในเมืองนามิโมริ
เรียกได้ว่าเป็นปีศาจนามิโมริได้เลยล่ะ
แต่สำหรับฮารุ เขาไม่เคยทำอะไรเธอมาก่อน
ดังนั้นเธอจึงรู้สึกไม่ค่อยกลัวเขาสักเท่าไหร่
"ซาวาดะ
สึนะโยชิอยู่ที่ไหน"ฮิบาริถามเสียงเรียบ ทำให้ฮารุนิ่งไปสักพัก
....เพราะคำถามนี้คาใจตัวเธอเองอยู่เหมือนกัน....
"คุณสึนะไปทำงานอยู่น่ะค่ะ
อีกไม่นานก็คงกลับ"ฮารุยิ้มกว้างออกไป ถึงแม้คำพูดนี้จะดูราวกับปลอบใจตัวเอง
แต่เธอก็ยังคงยิ้มออกมา
"แต่คุณสึนะสัญญากับฮารุแล้วว่าจะกลับมา
ยังไงเขาก็ต้องกลับมาแน่นอนค่ะ"
ฮิบาริมองรอยยิ้มหญิงสาว เขาไม่รู้สึกว่ารอยยิ้มนั่นจะเป็นรอยยิ้มที่ยิ้มเพราะมีความสุขเลยสักนิด....มันดูเป็นรอยยิ้ม ที่คนตรงหน้าพยายามฝืนออกมาต่างหาก
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น
ด้านฮารุเองก็ดูสนใจไม่ใช่น้อย แต่พอฮิบาริตวัดสายตาหันไปมอง
เจ้าหล่อนก็รีบหลบตาทันที เขาละสายตาจากร่างบางแล้วกดรับสาย
[สวัสดีครับคุณเคียว
ตอนนี้คุณเคียวถึงฐานทัพวองโกเล่แล้วหรือยังครับ?]
เสียงคุซาคาเบะดังขึ้นผ่านทางโทรศัพท์
ฮิบาริแอบเหลือบมองฮารุเล็กน้อยที่ยังคงแอบมองมาที่เขานิดหน่อย
อยากรู้อยากเห็นเสียจริงนะยัยนี่
ยังไงซะคนที่โทรมาก็ไม่ใช่คนที่คุณรอหรอกนะ
"อืม"ฮิบาริตอบกลับไปสั้นๆ
คุซาคาเบะจึงถอนหายใจเสียงเบา
[คือว่าเมื่อกี้ผมเพิ่งเห็นคุณซาวาดะกับคุณซาซางาะวะอยู่ด้วยกันน่ะครับ ยังไงก็คงดูท่าอีกยาวกว่าจะกลับ
แต่ผมคิดว่าคืนนี้เขาคงไม่น่าจะกลับไปที่ฐานแล้วนะครับ
ยังไงคุณเคียวก็กลับไปพักผ่อนได้เลยนะครับ]
ฮิบารินิ่งไปกับคำพูดของลูกน้องคนสนิทของเขา
ชายหนุ่มหันกลับไปมองที่หญิงสาวกับสายรุ้งในมือเล็ก
ดวงตารัตติกาลของเขาดูเรียบเฉยเมื่อมองหญิงสาว
[ฮัลโหล?? คุณเคียวครับ
คุณเคียว]คุซาคาเบะเรียกชื่อชายหนุ่มขึ้น ทำให้เขารู้สึกตัวก่อนจะวางสายไป
ด้านฮารุเองที่มองฮิบาริมาสักพักก็ค่อยๆถามขึ้น
"เอ่อ..เมื่อกี้..."
"ไม่ใช่ซาวาดะ สึนะโยชิ
เพราะงั้นไม่ต้องถามอะไรอีก"คำพูดของฮิบาริทำให้ฮารุผิดหวังนิดหน่อย
ก่อนจะหันไปประดับสายรุ้งต่อ ดวงตาสีน้ำตาลดูหมองลงนิดหน่อยแต่สองมือก็ยังคงประดับตกแต่งสายรุ้งต่อ
ฮิบาริมองแผ่นหลังของร่างบาง
ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง ที่ถูกประดับตกแต่งมากมาย
ตัวเขาเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมวันนี้ผู้คนถึงพากันตกแต่งด้วยของไร้สาระพรรค์นี้กันนะ
เมื่อครู่ในเมืองก็มีการฉลองกันยกใหญ่อีก
"คุณฮิบาริจะกลับก่อนเลยไหมคะ
ถ้ามีธุระอะไรฝากไว้ที่ฮารุก็ได้นะคะ
ไว้ฮารุจะบอกคุณสึนะเองค่ะ"ฮารุหันมายิ้มให้ฮิบาริเมื่อเธอประดับสายรุ้งเสร็จ
หญิงสาวรู้ดีว่าอีกนานกว่าคนที่เธอรอจะกลับมา ขืนปล่อยให้ฮิบาริมานั่งรอด้วย
ฮิบาริคงต้องหงุดหงิดมากแน่ๆ ดังนั้นให้เธอรอคนเดียวท่าจะดีกว่า
ฮิบาริเงียบไม่ตอบหญิงสาว
จนฮารุเริ่มอึกอักนิดหน่อย ไม่นานนักเขาก็พูดขึ้น
"ทำแบบนี้ทำไมน่ะ"ฮารุเอียงคอสงสัยนิดหน่อย
แต่พอเห็นสายตาฮิบาริที่มองไปรอบๆห้องแล้วก็เผลอหัวเราะออกมานิดหน่อย
"นี่อย่าบอกนะคะว่าคุณฮิบาริไม่รู้จักวันคริสต์มาสน่ะ?"ฮิบาริมองฮารุที่กำลังหัวเราะอยู่
แต่เมื่อฮารุเห็นว่าเขานิ่งไม่พูดอะไรก็รีบหยุดหัวเราะทันที
ฮิบาริหมุนตัวกลับเพื่อที่จะเดินออกไป
แต่ก็นิ่งไป ภายในใจเริ่มสับสน ก่อนจะเดินกลับมาที่เดิม ฮารุจึงสงสัยนิดหน่อย
เขาแค่สงสารเธอ
แค่ไม่อยากเห็นใครมานอนหนาวตายอยู่แถวนี้ก็เท่านั้น
"เมื่อกี้เท็ตสึบอกว่าซาวาดะ
สึนะโยชิ...."
"คุณสึนะทำไมเหรอคะ?? ฮาฮิ!!"ฮิบาริยังไม่ทันพูดจบฮารุก็รีบถามขึ้น
ทำให้เธอเผลอพลาดตกจากเก้าอี้ที่กำลังเหยียบอยู่เพื่อตกแต่งสายรุ้ง
แต่ฮิบาริคว้าเอวบางไว้ทัน ทำให้ใบหน้าทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงนิดเดียว
ฮารุเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เงาของเธอสะท้อนภายในดวงตาสีรัตติกาลของคนตรงหน้า
บรรยากาศในห้องเงียบสงัด
มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ
ฮิบาริมองใบหน้าหวานตรงหน้าที่เขาไม่เคยเข้าใกล้ขนาดนี้มาก่อน
ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา
"....ผู้ชายคนนั้นไม่กลับมาแล้วล่ะ"
ฮารุนิ่งไปกับคำพูดของฮิบาริ
เธอค่อยๆทรงตัวยืนด้วยตัวเอง มือทั้งสองข้างกุมเดรสไหมพรมแขนยาวตัวหลวมสีครีมที่สั้นเหนือเข่า
"..แฮะๆ...ฮารุมักจะเป็นคนซุ่มซ่ามแบบนี้แหละค่ะ
ดีนะคะที่คุณฮิบาริเข้ามารับไว้พอดี ไม่งั้นฮารุต้องเจ็บแน่ๆเลย
ขอบคุณมากนะคะ"ฮารุหัวเราะเสียงเบาแล้วหันกลับไปตกแต่งห้องต่อ
"คุณทำแบบนี้ไปทำไม?"ฮิบาริถามขึ้น ฮารุจึงนิ่งไปก่อนจะค่อยๆหันมายิ้มให้ฮิบาริ
"ก็วันนี้วันคริสต์มาสนี่คะ
ฮารุจะตกแต่งห้องก็เป็นเรื่องธรรมดา"ริมฝีปากฮารุสั่นนิดหน่อย
ซึ่งแน่นอนว่าฮิบาริเห็น เขารู้ดีว่าร่างบางเข้าใจคำถามเขาดี
แต่เลือกที่จะตอบอีกอย่างมากกว่า
"คุณจะรอผู้ชายคนนั้นไปทำไมอีก ทั้งๆที่คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้"คราวนี้ฮารุนิ่งไป
ดวงตากลมสีน้ำตาลเริ่มมีน้ำตาใสคลอ แต่ก็พยายามฝืนไม่ให้มันไหลออกมา
"ก็คุณสึนะสัญญาว่าจะกลับมาฉลองกับฮารุ...เขาสัญญาแล้ว...คุณสึนะไม่มีทางผิดสัญญาหรอกค่ะ"ฮารุพูดเสียงสั่น
หยาดน้ำตาใสกลั้นไว้ไม่อยู่ทำให้ไหลอาบแก้มนวล เธอรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตา
ฮารุไม่ชอบร้องไห้
ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ไม่อยากให้คุณสึนะต้องมากังวลเรื่องของฮารุ ฮารุเลยมักจะทำตัวแข็งแกร่งด้วยรอยยิ้มเสมอ
ทั้งๆที่ความจริงช่างแสนเปรอะบางนัก....
ฮารุเข้าใจดีกับคำพูดของฮิบาริ รู้มาโดยตลอด
ว่าระหว่างคุณสึนะกับฮารุ........มันเป็นไปไม่ได้
แต่มันจะไม่มีปาฏิหาริย์บ้างเลยเหรอ..?
ทั้งๆที่รู้ว่าคุณสึนะชอบเคียวโกะจัง
แต่ฮารุก็อยากเริ่มต้นใหม่ ไม่อยากจมปลักอยู่ในอดีตแสนทรมานนี่
....ฮารุเลยตัดผม.....
หวังว่าการตัดผมจะเหมือนการทิ้งอดีตไปแล้วเริ่มต้นใหม่
พยายามไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น พยายามทำตัวไม่ให้เป็นภาระคุณสึนะ
พยายามยิ้มเพื่อเขา
'ฉันชอบรอยยิ้มของฮารุนะ
ฉันไม่สามารถลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มได้เหมือนเธอจริงๆ
เพราะฉะนั้น..ช่วยยิ้มต่อไปเพื่อฉันได้ไหม?'
ชายผมฟูพร้อมกับผ้าคลุมสีดำยกมือขึ้นสัมผัสแก้มนวลของฮารุ
ดวงตาสีน้ำตาลแสนอ่อนโยนของเขาทำให้หญิงสาวค่อยๆยิ้มออกมา
"ฮารุทำตามคำขอของเขามาโดยตลอด...ฮารุสัญญากับคุณสึนะแล้วว่าฮารุจะไม่ร้องไห้"ฮิบาริได้แต่มองร่างบางที่พูดเสียงสั่น
ฮารุพยายามปาดน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดของตัวเองเมื่อได้นึกถึงคำพูดของสึนะโยชิ
แต่ทำไม...ทำไมถึงทำกับฮารุแบบนี้....?
ทันใดนั้นฮารุก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังฮึ
ทำให้หญิงสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองฮิบาริที่ตอนนี้กำลังเหยียดยิ้มให้เธออยู่
"นึกว่าจะยิ้มเป็นอย่างเดียวซะอีก"ใช่ว่าฮิบาริจะไม่เคยเจอฮารุมาก่อน สมัยมัธยมฮารุมักจะเข้าๆออกๆโรงเรียนนามิโมริโดยไม่ได้อนุญาตเสมอ แล้วสิ่งที่เขามักจะเห็นจากผู้หญิงคนนี้คือ...รอยยิ้ม
รอยยิ้มที่สดใส รอยยิ้มที่เขาไม่สามารถทำได้ ไม่สิ
ต้องเรียกว่าถึงทำได้ก็ไม่ทำต่างหาก
จะว่าไปทำไมตอนนั้นเราถึงยอมให้ยัยนี่เข้าออกโรงเรียนได้ตามใจชอบกันนะ...
....ช่างเถอะ....
"ฮารุก็เป็นคนนะคะ จะให้ยิ้มตลอดเวลาได้ยังไงกันล่ะ.."พอฮารุปาดน้ำตาเสร็จก็หันมาดุฮิบารินิดหน่อย ฮารุนิ่งไปสักพักเพมื่อมองฮิบาริ ก่อนจะก้มหัวให้ชายหนุ่ม
"ฮารุขอร้องนะคะคุณฮิบาริ
อย่าเอาเรื่องในวันนี้ไปบอกคุณสึนะเลยนะคะ"ฮารุพูดขึ้นไม่เงยหน้ามองฮิบาริ
แต่เขาเงียบไม่พูดอะไรกลับมาทำให้ฮารุค่อยๆเงยหน้าขึ้น
"ฮารุขอร้อง
ฮารุไม่อยากให้คุณสึนะต้องมากังวลเพราะฮารุ คุณฮิบาริต้องการอะไรบอกฮารุได้เลยนะคะ
ฮารุขอร้อง"ฮิบาริมองดวงตาสีน้ำตาลของคนตรงหน้าที่มองมาที่เขา
ก่อนจะค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา
"จริงหรือเปล่าที่พูดเมื่อกี้น่ะ?"
"ฮะ..ฮาฮิ..?"ฮารุค่อยๆพูดออกมาเสียงเบาเมื่อเห็นรอยยิ้มคนตรงหน้า
หญิงสาวกล้าพูดออกไปแบบนั้นเพราะคิดว่ายังไงซะคนอย่างฮิบาริ
เคียวยะไม่มีทางให้เธอทำอะไรแปลกๆหรอก
แต่เธอคิดผิด!
ทันใดนั้นเพียงเสี้ยววินาทีฮารุถูกฮิบาริผลักให้ล้มลงไปกับโซฟา
เธอเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างใหญ่เอาตัวมาคร่อมเธอไว้ แล้วเอาแขนแกร่งทั้งสองข้างกันตัวเธอไว้ไม่ให้ไปไหนอีกด้วย
ฮารุรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้างดันไหล่กว้างของฮิบาริให้ถอยออกไป
แต่ก็ไม่ได้ผล!
"คะ..คุณฮิบาริจะทำอะไรน่ะคะ
ฮาฮิ!!"ฮารุเผลอร้องออกมาเมื่อฮิบาริจับเรียวขาฮารุขึ้นแล้วแตะริมฝีปากลงไปบริเวณขาอ่อน
ดวงตาคมของเขายังไม่ละสายตาไปไหนจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อเพราะการกระทำของเขา
"เวลาที่ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่กันสองคนในเวลาแบบนี้
คุณคิดว่าควรจะทำอะไรล่ะ?"ฮารุเบิกตากว้างทันทีกับคำพูดของเขา
ฮิบาริเริ่มทำตามใจชอบโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของร่างบาง
ชุดไหมพรมตัวนิ่มเริ่มถูกดึงลงมาด้วยมือแกร่งของฮิบาริเผยให้เห็นเนินอกเนียนของหญิงสาว
ก่อนเขาจะประทับตราเป็นเจ้าของไปทั่ว
ฮิบาริโน้มใบหน้ามาใกล้ริมฝีปากอวบของฮารุ
ฮารุได้แต่หลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาฮิบาริ ร่างเล็กเริ่มสั่นเพราะความกลัว
เมื่อฮิบาริเห็นก็ยิ้มออกมาก่อนจะย้ายริมฝีปากไปบริเวณใบหูเล็กแล้วพูดเสียงเบา
"ว่าไปนั่น"
ฮารุเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าฮิบาริยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
เขาค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ
"คิดว่าผมจะทำอะไรคุณหรือไง"
"นะ..นะ...นี่คุณฮิบาริทำบ้าอะไรคะเนี่ย!
ฮะ..ฮารุตกใจหมด!!"ฮารุรีบลุกขึ้นแล้วจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย
แถมยังชี้นิ้วว่าฮิบาริอีก แต่ดูแล้วชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดเลยสักนิด
เขาหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วพูดขึ้น
"จำไว้ล่ะ
อย่าไปพูดแบบนี้กับผู้ชายคนไหนอีก เพราะถ้าไม่ใช่ผม
ก็คงจะไม่หยุดแค่นี้แน่"ฮารุได้ยินดังนั้นก็เงียบไป ใบหน้าหวานขึ้นสีไปทั่วใบหน้า
เธอแทบจะไม่กล้าสบตาชายหนุ่มเลยสักนิด!
ฮิบาริเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาราวกับเป็นผู้ชนะ
แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ฮารุ ทำให้เธอเผลอสะดุ้งตัวออกมา
"ผมรับปากก็ได้ว่าผมจะไม่บอกซาวาดะ
สึนะโยชิ"ฮิบาริพูดทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา
ดวงตาคมเหลือบไปเห็นผ้าพันคอไหมพรมสีเทาก่อนจะหยิบมันขึ้นมา
"แต่ไอ้นี้น่ะ
ถือว่าเป็นค่าปิดปากผมแล้วกัน"มัจจุราชหนุ่มยิ้มออกมา ก่อนจะเดินออกไป
ทิ้งฮารุให้นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวนิ่มเพียงคนเดียว
เธอไม่เข้าใจกับการกระทำของเขาเลย แล้วรอยยิ้มเมื่อครู่ก็ไม่ใช่รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนเลยสักนิด
เป็นรอยยิ้มที่ดูพอใจเมื่อได้แกล้งเธอชัดๆ!
ฮารุค่อยๆยกมือขึ้นทาบหน้าอกที่ตอนนี้หัวใจเต้นรัวจนเธอเจ็บอกไปหมด
เธอเห็ยรอยที่ฮิบาริทำเอาไว้ก็หน้าแดงทันที
จะ..ใจหายหมดเลย...//////
ด้านฮิบาริที่เดินออกไปพร้อมกับผ้าพันคอผืนสีเทา
เขาก้มมองผ้าพันคอในมือก็เดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนถักมันขึ้นมา
ฮิบาริค่อยๆยิ้มออกมาเมื่อมองฝีมือการถักของร่างเล็ก
ก็ทำได้ไม่เลวนี่...
ฮิบาริยกผ้าพันคอขึ้นจรดริมฝีปาก
ทำให้เขานึกถึงใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อเมื่อครู่ของฮารุแล้วยิ้มออกมา
ก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไป
หลังจากเรื่องในคืนวันคริสต์มาสนั้นก็ไม่มีใครรู้เลย
นอกจากฮิบาริและฮารุ
ฮารุถือแฟ้มเอกสารในมือแล้วรีบเข้าไปให้สึนะโยชิในห้องประชุมกับเหล่าผู้พิทักษ์ของเขา
ฮารุเหลือบไปเห็นฮิบาริจึงรีบก้มหน้าหนีทันที
เพื่อไม่ให้เขาเห็นว่าเธอหน้าแดงขนาดไหน ด้านฮิบาริเองก็ยิ้มออกมา แน่สิ
คิดว่าเธอจะซ่อนเขาได้หรือไง
เหล่าผู้พิทักษ์เริ่มสงสัยกับทั้งสองคนนี้
แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยขึ้น เพราะสองคนนี้เนี่ยนะจะมีความสัมพันธ์แปลกๆต่อกัน
ยังไงมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!
แต่ใครจะไปรู้ดีกว่าสองคนนี้ล่ะ?
ไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาให้ใครเห็นว่าความจริงแล้วเป็นยังไง
แค่ให้พวกเรารู้ ว่าเรารู้สึกยังไงต่อกันก็พอ:)
FIN
จบแล้วกับตอนพิเศษที่แต่งมาเพื่อขอบคุณนักเม้น!
แอบคิดมานานว่าอยากจะตอบแทนรีดนักเม้นมานานแต่ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี
ไอเลยให้ของขวัญวันคริสต์มาสเป็นคู่ท่านฮิกับฮารุซะเลย~♡♡♡ คิดมานานก็จริงแต่ไม่ได้ลงมือคิดพลอตเลยสักนิด555
วันนี้เลยปั่นมาก อาจมีคำผิดบ้าง(มีแน่นอน55)
ยังไงก็ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ._.
พยายามแต่งให้อิงเนื้อเรื่องจากการ์ตูนให้มากที่สุดค่ะ
อยากให้รีดจินตนาการตาม นี่คือความน่าจะเป็นที่คู่นี้มันน่าจิ้นมากมายยย5555(อีนี้เพี้ยนไปละ)
อย่าถามว่าทำไมชอบแต่งแต่TYL ชอบค่ะ ท่านฮิดูร้าย5555 อีกอย่างสำหรับไอนะ ไอว่าภาคTYLเนี่ย
ท่านฮิกับหนูฮารุต้องมีซัมติงกันแน่ๆ><
พล่ามมายาวเช่นเคยหลายคนคงเบื่อหน่อย
สุดท้ายนี้ขอบคุณมากค่ะที่คอยติดตามคอยเม้นเป็นกำลังใจให้ไอเสมอ ไม่รู้จะมีspecial thanksมารอบสองอีกหรือเปล่า
ถ้ายังแต่งนิยายต่อ ก็อาจจะมีมาบ้างแหละมั้ง555
ขอบคุณทุกคนอีกทีค่ะ
และหวังว่าทุกคนจะชอบกับของขวัญชิ้นนี้กัน เมอร์รี่คริสต์มาสเจ้าค่า///__\\\